วันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2561

หุ้นสัปดาห์หน้าติดตามผลประชุมเฟด30-31มค.


บล.กสิกรไทย คาดหุ้น 29 ม.ค. - 2 ก.พ. มีแนวรับ 1,820 และ 1,810 จุด  แนวต้าน 1,840 และ 1,855 จุด ตามลำดับ จับตาประชุมเฟด 30-31 ม.ค.
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองตลาดหุ้นไทยระหว่างวันที่ 29 ม.ค. - 2 ก.พ. ว่า ดัชนีมีแนวรับ 1,820 และ 1,810 จุด  แนวต้านอยู่ที่ 1,840 และ 1,855 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (30-31 ม.ค.) ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนธ.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนม.ค.

ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/60 และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของประเทศในแถบยุโรป ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนและญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาบางส่วนปลายสัปดาห์  โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,828.88 จุด เพิ่มขึ้น 0.41% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 13.53% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 70,252.93 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 534.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 % จากสัปดาห์ก่อน

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561

นายกฯเตรียมถกอาเซียน-อินเดีย เป็นแขกเกียรติยศ วันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดีย กรุงนิวเดลี 25-26 ม.ค.


วันที่ 22 มกราคม
ทำเนียบรัฐบาล พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับภารกิจด้านต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดีย ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย และรับเชิญเป็นแขกเกียรติยศร่วมกับผู้นำอาเซียน ในงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดีย ครั้งที่ 69 ระหว่างวันที่ 25-26 มกราคม 2561 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
โอกาสนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญของการประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดีย ในโอกาสครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ว่า เป็นข้อริเริ่มของอินเดีย ที่มุ่งประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอินเดียและอาเซียน โดยเมื่อการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียและการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลาที่ผ่านมา อินเดียได้เสนอแนวคิดอินโด-แปซิฟิก เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของอาเซียนทีต้องการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและอินเดีย ในฐานะแหล่งผลประโยชน์ทั้งด้านการค้า การลงทุน และด้านการทูตให้กับประชาคมอาเซียน ในโอกาสนี้ อินเดียยังได้เชิญผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ชาติ เป็นแขกเกียรติยศ ในงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียในวันที่ 26 มกราคม นี้
การประชุม ฯ ครั้งนี้ เอกสารผลลัพธ์สำคัญ คือ ปฏิญญาเดลี ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนและอินเดีย ทั้งมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันและการลดช่องว่างด้านการพัฒนา
ทั้งนี้ ไทยได้สนับสนุนให้หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและอินเดียพัฒนาให้เต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของอาเซียนและอินเดีย สร้างเสถียรภาพและความสมดุลในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า นโยบายรุกตะวันออก (Act East Policy) ของอินเดียสามารถดำเนินคู่ขนานไปกับแนวทางของไทยที่มีนโยบายมุ่งตะวันตก (Look West Policy) ซึ่งอินเดียเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญของไทย ทั้งการค้า การลงทุน และยังเป็นตลาดท่องเที่ยวที่สำคัญ ขณะเดียวกันไทยเองก็เป็นจุดเชื่อมโยงกายภาพระหว่างอินเดียและอาเซียน ทั้งทางบก ผ่านโครงการถนนสามฝ่าย (อินเดีย-เมียนมา-ไทย) และทางทะเล อาทิ โครงการท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ด้วย
สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี นั้น ประกอบด้วย การหารือทวิภาคีกับนายนเรนทร โมที (Mr. Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย และกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดีย อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) และการประชุมสุดยอดอาเซียน – อินเดีย เต็มคณะ (Plenary) รวมทั้ง เป็นแขกเกียรติยศร่วมกับผู้นำชาติอาเซียนในวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดีย ด้วย
ข้อมูลประชาชาติธุรกิจ